Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > ถาม ตอบ เรื่อง พญาครุฑ วัตถุมงคล ฯลฯ > เห็นราหูทรงครุฑแล้วไม่สบายใจ เ...

เห็นราหูทรงครุฑแล้วไม่สบายใจ เลยเอาบทความมาให้อ่านครับ
avatar
j_blueray


 เมืองไทยนี่นับว่าเป็นสุดยอดแห่งการสร้างสรรค์จริงๆ อะไรที่ไม่มี ที่ไหนไม่ทำ ที่ไหนไม่มีตำนาน ที่ไหนหาวิชาพิสดารไม่ได้ ที่ไหนแก้กรรมไม่ได้ ต้องที่นี่ประเทศไทยทำได้หมด อะไรที่ดังเกาะกระแสได้หมด ขนาดว่ากระแสฮวงจุ้ยมาบูมในตลาดไทย หลายศาสตร์พยากรณ์ในเมืองไทยก็ดูฮวงจุ้ยได้หมด เอากะเขาสิ ทั้งๆ ที่ต้นตำรับครูอาจารย์สมัยก่อนเขาไม่ทำกัน เพราะคนสมัยก่อนมีความเคารพต่อศาสตร์วิชาครูอาจารย์ที่มีมา ที่สำคัญมีจิตสำนึกที่ความเคารพตัวเอง  ถ้าจะพัฒนาให้วิชาครูบาอาจารย์ดีขึ้นนั้นประเสริฐ แต่ไปลอกวิชามาผสมปนเป เพื่อเป็นของตัวเอง ...เขาไม่ทำกัน  ไม่อายใครอย่างน้อยก็รู้แก่ใจ 


ขนาดวิชาโหราศาสตร์ไทยเรากันเอง ครูบาอาจารย์ที่ท่านสร้างวิชาของท่านไว้... ก็ไม่ได้มีเรื่องฮวงจุ้ยเลย คุณผู้อ่านลองไปดูหลักฐานตำรับตำราโหราศาสตร์โบราณ  ที่มีเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติเถอะ  ไม่ได้มีพูดถึงหรืออธิบายฮวงจุ้ยกันเลย มันคนละหลักการ ทั้งๆ ที่บ้านเราใช้วิชาโหราศาสตร์มา นิยมมา ก็ใช้แต่โหราศาสตร์มาก่อนที่ฮวงจุ้ยจะมาโด่งดังในช่วงเวลาแค่ 10 กว่าปีนี้เองปัจจุบันคนรุ่นหลังบั่นทอนวิชาโหร เอาวิชาของครูอาจารย์มาปู้ยี่ปู้ยำจนกลายพันธุ์ ทั้งๆ ที่แค่เรียนรู้วิชาโหราศาสตร์ไทยเพียวๆ เรียนด้วยภาษาไทยยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ ทุกวันนี้ทำนายทายทักได้แม่นยำ 50% ก็มีน้อยมาก ยังเอาไปผสมวิชาอื่นให้มั่วไปหมด 

และไม่ใช่มีแต่เรื่องวิชาศาสตร์พยากรณ์ 
ที่ปัจจุบันวิชามีการข้ามสายพันธุ์นำมาผสมวิชากันจนมั่ว โดยบุคคลที่ตั้งตัวว่าเป็นผู้รู้ได้เริ่มลามไปถึงตำนานเทพแล้ว ไม่รู้ว่ามีแรงบันดาลใจอะไร จนเกิดมีการสร้างพระราหูทรงครุฑ ให้มีการผิดเพี้ยนได้ขนาดนี้ ซึ่งไม่เคยมีปรากฏในตำนานดั้งเดิม ทั้งในหลักฮินดูต้นตำรับตำนานแห่งเทพ หรือแม้แต่ของอินโดนีเซียจ้าวแห่งการูด้า(ครุฑ) ก็ไม่มีหลักฐานใดรองรับความเชื่อนี้เลยว่า พระราหูบังอาจมาขี่ครุฑ

ถ้าเราวางเรื่องครุฑ ตามหลักทางฮินดูและของอินโดนีเซียไว้ก่อน
 ว่ากันแค่ตามหลักโหราศาสตร์...นี่ก็ไม่มีเหตุผลแล้ว ผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ต่างรับรู้อยู่ว่าดาวราหู(๘) เป็นดาวแห่งบาปเคราะห์ที่ก่อผลเสีย ส่วนครุฑหรือครุฑนาม ทางโหราศาสตร์หมายถึงดาวอาทิตย์(๑) ซึ่งถึอเป็นดาวที่สูงศักดิ์ มากบารมี ฯลฯ และเป็นคู่ศัตรูที่ดาวราหูคอยหาจังหวะทำลายล้างกัน พระครุฑหรือดาวอาทิตย์(๑) ที่พี่จัดให้พระราหูขี่คอพญาครุฑขนาดนี้นี่นะ จะมีฤทธิ์ เดช อำนาจ บารมี ชื่อเสียง บันดาล โชคลาภและเงินตรา ถ้าเจอกันจริงๆ ผมว่างานนี้ตีกันตายแน่ คิดเหรอว่าพระครุฑจะยอมให้ใครมาขี่คอง่ายๆ เพราะทางโหราศาสตร์ทายยศศักดิ์อัครฐาน ท่านให้ทายอาทิตย์ เอาแค่คนเป็นๆ นี่ก็ใช่ว่าจะให้ขี่คอเล่นได้ แล้วฝ่ายมารมาขี่คอฝ่ายเทพซะเสียลุ๊คขนาดนี้นี่คงเหลือซาก 
ในทางพราหมณ์ที่มีตำนานนั้น...มีแต่พระนารายณ์เจ้าองค์เดียวเท่านั้น ที่พระครุฑยินยอมให้ขี่ เป็นพาหนะของพระองค์ เห็นพระครุฑที่ไหนเห็นพระองค์ที่นั่น 

ส่วนดาวราหู(๘) หรือพระราหูในทางโหราศาสตร์ ก็รู้อยู่ว่ามีเพียงครึ่งตัว ไม่มีตูด ไม่มีขา ดังนั้นพอราูหูอมอาทิตย์เข้าไปก็ไม่นาน ก็อมทางปากก็ออกทางลำตัวแล้ว ดังนั้น ตัวที่ยืนอยู่บนตัวพระครุฑนะใครกันแน่? แล้วราหูหรือดาวราหู(๘) ในทางโหราศาสตร์ไม่มีถือธงนะ แล้วลักษณะธงนี่ใครใช้อยู่ล่ะ? เอาเถอะท่าน...กรรมนั้นอยู่ที่เจตนา พี่พระครุฑก็จัดการเคลียร์กันเองแล้วกัน จะจัดหนักเบาก็แล้วแต่พี่พระครุฑจะจัดไป 

ทีนี้มาดูหลักฐานตำนานเทพของพญาครุฑ ซึ่งเป็นตำนานที่ได้รับการยอมรับอยู่มากมาย เพื่อให้ทุกท่านได้เรียนรู้



ผู้ตั้งกระทู้ j_blueray (jitrapoom-at-gmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-16 14:51:14


[1]

ความเห็นที่ 1 (3321437)
avatar
j_blueray

 ตำนานเกี่ยวกับพญาครุฑนั้น มีแสดงอยู่ในหลายประเทศถ้าเป็นสายตรงก็คงเป็นตำนานของฮินดู และมีการผูกเรื่องราวไว้น่าสนใจ แต่ภายหลังเมื่อศาสนาพุทธล่วงเลยมานาน หลายตำนานของฮินดูก็ถูกทางพุทธศาสนาดึงเข้ามาร่วม  เพราะปัจจุบันนี้พุทธศาสนากับศาสนาพราหมณ์ฮินดู แทบจะแยกออกจากกันลำบาก


พญาครุฑนั้นตามตำนานของฮินดูมีตนเดียว แต่ถ้าพญาครุฑในทางพุทธ ไม่รู้ว่าทำไมเล่าไปเล่ามาดันมีเป็นฝูงอยู่ในป่าหิมพานต์ เวลาที่พญาครุฑจะไปไหนต้องบินข้ามมหานทีสีทันดร...อันนี้ออกจะเพี้ยนไป ทางพุทธเราจึงไม่ขอกล่าวถึง เราจะใช้ตำนานสายตรงคือของฮินดูต้นตำรับมาคุยกันดีกว่า เพราะทางฮินดูพญาครุฑนั้นมีตนเดียว มีประวัติที่เล่าต่อกันมายาวนานก่อนมีพุทธศาสนา และถูกยอมรับกันในหลายประเทศ กล่าวคือ

พระทักษะประชาบดีบุตรพระพรหมมหาเทพ มีพระชายามากมาย ทำให้พระองค์มีพระโอรส 100 องค์ และมีพระธิดา 50 องค์ ต่อมาท่านยกพระธิดา 13 องค์ ให้มหาฤาษีกัศยป ซึ่งเป็นมหาฤาษีที่มีตบะแกร่งกล้า ในบรรดาชายาทั้งหมดท่านโปรดปรานเป็นพิเศษ 2 นางคือ นางวินตา และนางกัทรู นางทั้งสองแม้เป็นพี่น้องแต่เมื่อร่วมสามีคนเดียวกัน ก็แย่งกันเพื่อจะเป็นที่โปรดปรานจึงไม่ค่อยชอบขี้หน้ากัน กาลเวลาผ่านมาพอควร มหาฤาษีกัศยปต้องการมีบุตร จึงทำพิธีบวงสรวงพระเป็นเจ้าเพื่อขอพรให้ประทานบุตร 

ซึ่งมหาฤาษีกัศยปบูชาจนพระผู้เป็นเจ้าพอใจ จึงประทานพรให้มหาฤาษีกัศยปสมปรารถนา เมื่อได้พรมาแล้วจึงเอ่ยกับชายาว่าสามารถขอพรเรื่องบุตรได้ตามปรารถนา นางกัทรูซึ่งขอพรก่อน ได้ขอพรให้มีโอรสเป็นนาค 1,000 องค์ และให้มีความเก่งกล้าทุกตนและแปลงกายได้สมใจนึก ฝ่ายนางวินตาไม่สู้พอใจกับพรที่นางกัทรูขอเลย จึงขอพรบ้างก็ขอให้มีบุตร 2 องค์ และโอรสของนางต้องมีฤทธิ์เดชล้นฟ้าหาใครเสมอมิได้ 

มหาฤาษีกัศยปรู้ด้วยญาณว่า ความคิดอันเป็นความริษยาจะผูกเวรกัน และจะทำให้นางวินตาได้ยาก 
ท่านมหาฤาษีจึงให้พรแก้ไว้ว่า "บุตรของเจ้าจะปลดพันธนาการครั้งนี้ออกไปได้ ด้วยว่าบุตรของเจ้าจะเป็นผู้ที่มีความกตัญญู" ซึ่งก็ร้อนถึงองค์พระนารายณ์เป็นเจ้า ได้แบ่งอวตารพระองค์มาเป็น 2 ภาค คือกำลังส่วนหนึ่งมาเป็นบุตรคนแรกของนางกัทรู และกำลังส่วนหนึ่งมาเป็นบุตรที่จะมาถอนคำสาปให้นางวินตา 

ต่อมาไม่นานทั้งนางกัทรูและนางวินตาก็คลอดฟองไข่ออกมา โดยนางกัทรูคลอดฟองไข่ออกมา 1,000 ฟอง ส่วนนางวินตาคลอดฟองไข่ออกมา 2 ฟอง สำหรับบุตรนางกัทรูทยอยออกมาจากฟองไข่จนหมด โดยพี่ใหญ่คือ "พญาอนันตนาคราช" ซึ่งต่อมาได้ตามพระนารายณ์อวตารร่วมกันมาทุกภพทุกชาติ 

สำหรับนางวินตาผ่านมา 500 ปี ฟองไข่ของนางวินตาก็ยังไม่คลอด นางจึงกระทำการโดยพละการคือทุบไข่ก่อน หนึ่งฟองปรากฏว่าได้บุตรที่มีแต่ลำตัวท่อนบนแต่ท่อนล่างไม่มี บุตรนางวินตาองค์นี้ภายหลังชื่อ "พระอรุณ" ด้วยว่านางวินตาใจร้อนทำให้พระอรุณไม่สมประกอบ พระอรุณจึงสาปให้นางวินตาต้องเป็นทาสของนางกัทรูและลูกๆ ทั้ง 1,000 ด้วยมีอารมณ์ใจร้อนเหมือนแม่ แต่เมื่อสาปไปแล้วกลับคำไม่ได้ จึงแก้โดยถ้าพระมารดาไม่ใจร้อนทุบไข่ฟองที่เหลืออีก 1 ฟองอีก 500 ปี บุตรองค์นี้จะมาช่วยให้นางพ้นคำสาป สาปเสร็จก็เหาะไปเป็นสารถีให้พระอาทิตย์


และแล้วถึงคราวที่คำสาปให้ผล
 วันหนึ่งนางกัทรูได้ท้าพนันกับนางวินตา...เรื่องม้าอุจไรศรพ ที่เกิดขึ้นเมื่อคราวกวนน้ำอมฤต และเป็นพาหนะของพระอาทิตย์ซึ่งมีสีขาว โดยพนันกันว่าขนของม้าอุจไรศรพมีสีอะไร? โถพนันมาได้ก็ม้าอุจไรศรพมีสีขาว ขนก็ต้องสีขาวสิ งานนี้นางกัทรูแพ้ชัวร์...นางวินตาจึงรับพนัน แต่นางกัทรูออกอุบายให้ลูกๆ ของนางแปลงกายเป็นขนม้าสีดำแทรกตามตัวของม้าอุจไรศรพ พอนางทั้งสองเห็นม้าอุจไรศรพ นางวินตาก็ซีดซิครับ เพราะแพ้แบบหมดทางสู้ นางจึงตกเป็นทาสรับใช้นางกัทรูและลูกๆ ทั้ง 1,000 

KRUT3นารายณ์ทรงครุฑ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


จนผ่านมาอีก 500 ปีตามคำสาปของพระอรุณ
 บุตรของนางวินตาจึงกำเนิด  บุตรตนนี้มีนามว่า "พญาครุฑ" อันเป็นส่วนหนึ่งของพระนารายณ์มหาเทพ   ลักษณะครึ่งคนครึ่งนกอินทรี ร่างกายใหญ่โตมาก เมื่อกางปีกแล้วกว้างจรดฟ้า  กะพริบตาเหมือนฟ้าแล่บฟ้าร้อง รัศมีจากกายรุ่งโรจน์ยิ่งนัก ประหนึ่งพระอัคนี ทรงฤทธิ์จนไม่มีเทพองค์ใดทนรัศมีอันเจิดจรัสได้ เมื่อพญาครุฑเกิดมาแล้วมีฤทธิ์ตามที่ขอพรไว้และมีความกตัญญูมาก จึงเจรจากับนางกัทรูว่าทำอย่างไรจะให้พระมารดาพ้นจากการเป็นทาส นางกัทรูจึงบอกว่าถ้าพญาครุฑนำน้ำอมฤตบนสวรรค์มาให้นางและลูกๆ ดื่มเพื่อจะได้เป็นอมตะ นางจะยอมเลิกสัญญาและจะปลดปล่อยนางวินตาพระมารดา

พญาครุฑได้บำเพ็ญหลายอย่างด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน จนได้รับพรจากพราหมณ์แคระจนสามารถขโมยน้ำอมฤตมาได้ องค์อินทราผู้ทรงเป็นอธิบดีแห่งเทพทั้งมวลโดยมีศราตราวุธคือ “วัชระ” หรือสายฟ้าตามมาขอคืน 
เมื่อได้ต่อกรกันก็ไม่มีใครแพ้ชนะ แต่ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน พญาครุฑจึงยอมสละขนให้หนึ่งเส้น เพื่อให้เกียรติต่อองค์อินทรา องค์อินทราขอน้ำอมฤตคืน แต่พญาครุฑให้ไม่ได้เพราะจะเอาไปถ่ายอิสระภาพให้มารดา เพราะได้สัญญาว่าจะเอาน้ำอมฤตไปให้นางกัทรูและลูกๆ ทั้ง 1,000 ส่วนนางกัทรูจะได้ดื่มน้ำอมฤตหรือไม่นั้น มันคนละเงื่อนไขกัน 

จึงตกลงกับองค์อินทราว่าให้สะกดรอยตามไป เมื่อตนวางน้ำอมฤตให้แก่นางกัทรูและเหล่านาคแล้ว ตนจะหลอกล่อให้องค์อินทราชิงเอาน้ำอมฤตคืน โดยเมื่อพญาครุฑวางน้ำอมฤตบนหญ้าคาแล้ว ได้ขอให้นาคถอนคำสาปแก่มารดาทันที และหลอกให้นาคไปสรงน้ำชำระร่างกายก่อนกินน้ำอมฤต พอนาคหลงกล องค์อินทราจึงชิงเอาหม้อน้ำอมฤตคืนไป
 แต่ยังเหลือติดหญ้าคาเพียงหยดเดียว พวกนาคจึงแย่งกันลิ้มรสน้ำอมฤตทำให้หญ้าคาบาดลิ้นเป็นสองแฉก  และหญ้าคาได้กลายเป็นหญ้าที่เป็นอมตะคือตายยากมาก และเป็นสิ่งมงคลในพิธีพราหมณ์ 

บางตำนานเล่าว่าพญาครุฑนั้น มีความอดทนอดกลั้นมาก เพราะชิงน้ำอมฤตมาได้ก็ไม่คิดจะลิ้มรสแม้สักหยด ทั้งๆ ที่มีโอกาส ซึ่งแม้เพียงหยดเดียวก็ทำให้เป็นอมตะไม่มีวันตาย พระนารายณ์มหาเทพจึงให้พรว่า "ขอให้พญาครุฑเป็นพาหนะของพระองค์ เห็นพญาครุฑที่ไหนเท่ากับเห็นองค์พระนารายณ์เป็นเจ้า"  ส่วนพญาครุฑก็ขอพรว่า "ถ้ายามที่พระองค์ไม่เสด็จไปไหน ขอให้พญาครุฑจับอยู่เหนือพระองค์ และเป็นผู้ที่มีพละกำลังเรียกได้ไม่หมด เป็นผู้มีอมตะ ไม่เจ็บไม่ตาย ไม่ป่วย แม้ไม่ได้ดื่มน้ำอมฤต"

ผู้แสดงความคิดเห็น j_blueray (jitrapoom-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-01-16 14:51:58


ความเห็นที่ 2 (3321438)
avatar
j_blueray

 นารายณ์ทรงสุบรรณ(ครุฑ)


ในลัทธิความเชื่อเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์
 ว่าเป็นอวตารแห่งองค์พระนารายณ์ ซึ่งสยามประเทศได้รับคติความเชื่อนี้มานานแล้ว จึงปรากฏรูปพญาครุฑในที่แสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ เพราะพระมหากษัตริย์จะให้พระนามว่ารามาธิบดี ดังนั้น พระมหาปราสาทจึงมีรูปพญาครุฑประดับอยู่ อันแสดงว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นที่สถิตขององค์อวตารของพระนารายณ์เป็นเจ้าคือพระมหากษัตริย์ และในขบวนเสด็จพาหนะของพระมหากษัตริย์ จะมีธงพระครุฑพ่าห์  ณ ราชรถที่ประทับเสมอ 

ดังนั้น เมื่อเราเห็นรูปพญาครุฑที่ไหน
 ก็หมายถึงส่วนที่เป็นพระราชอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ แต่ปัจจุบันมีการนำเอารูปพญาครุฑมาใช้ในที่ไม่บังควร และใช้กันโดยจะอ้างว่าไม่รู้หรือทำเพราะว่าสวยดีก็ไม่บังควร จะสร้างจะทำอะไรขึ้นมาก็ไม่ได้มีความรู้  
เช่น ถ้าวัดวาอารามเวลาสร้างเสนาสนะ  ถ้าเอาพญาครุฑมาประดับได้ก็จัดกันสนุกไป  ด้วยการนำเรื่องครุฑในความเชื่อตามคติพุทธมาอ้างใช้ แล้วโยนเหตุผลว่า...สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารับรองไว้ว่ามีเรื่องนี้อยู่ เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง คือใช้พระพุทธเจ้าเป็นข้ออ้าง เหมือนจับท่านเป็นตัวประกันทางเหตุผล และถ้าใครสงสัยก็ลงเอยด้วยคำว่า "ปรามาส"

แต่เดิมนั้นในสมัยพุทธกาล  ศาสนาพุทธไม่รับรองสิ่งเหล่านี้ แต่มาอุปโลกน์กันในภายหลังว่า  พญาครุฑมีหลายสกุลอาศัยในป่างิ้วแล้วกินพญานาค ก็เพราะต่างอาศัยตำนานแบบนี้นำเอาพญาครุฑมาประดับวัด  ที่ทำให้เยาวชนรุ่นหลังและหลายๆ ท่านก็ยังไม่เข้าใจ ไม่ได้รู้กันเลยว่าตำนานพญาครุฑ ที่จริงเป็นเรื่องของพราหมณ์ ที่พุทธได้กลืนมาใช้โดยปริยายซะแล้่ว หรืออันที่จริงแล้ว...พุทธศาสนาปัจจุบันนี้อาจจะถูกพราหมณ์กลืนไปแล้วก็ได้ เพราะวัดวาสมัยนี้ก็ดูจะเคารพองค์เทพกันส่วนใหญ่ เพราะพากันสร้างองค์เทพของพราหมณ์ ทำมาหากินกันร่ำรวยไม่น้อย ซึ่งลัทธิความเชื่อเรื่องพญาครุฑนี้มันเหลื่อมกันและไม่บังควร  เพราะเมื่อใช้ลัทธิความเชื่อเรื่องพญาครุฑแทนองค์พระมหากษัตริย์ ที่มีอยู่ตามศาสนาพราหมณ์ ซึ่งหลักนี้เป็นความเชื่อดั้งเดิมมา เพราะพราหมณ์เป็นผู้กำหนดพิธีกรรมต่างๆ ในพระบรมมหาราชวัง...ไม่ใช่สงฆ์หรือวัด 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น j_blueray (jitrapoom-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-01-16 14:52:30


ความเห็นที่ 3 (3321439)
avatar
j_blueray

  ตำนานพระราหูของฮินดู   

สำหรับตำนานราหูที่ยอมรับกัน คือราหูทางฮินดูก็คือยักษ์ตนหนึ่ง ที่อยากมีฤทธิ์เป็นอมตะ เมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาได้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤตนั้น มีทั้งเทวดาและยักษ์ทั้งหลายเข้าร่วมทำพิธี ส่วนพระราหูได้แอบอยู่ในกลีบเมฆ  เมื่อทำพิธีสำเร็จพระราหูจึงรีบลอบมาดื่มน้ำอมฤตที่เกิดขึ้นนั้น แต่พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้า จึงรีบเอาความนั้นไปทูลบอกพระนารายณ์ เมื่อพระองค์ทรงทราบจึงขว้างจักรสุทัศนะ ไปตัดถูกกลางตัวพระราหูขาดกลายเป็นสองท่อน 

แต่ด้วยว่าน้ำอมฤตที่พระราหูได้ดื่มนั้น ไหลไปจนถึงกลางตัวพระราหูแล้วพอดี ครึ่งบนของพระราหูที่ถูกตัดออกจึงกลายเป็นอมตะ ส่วนครึ่งล่างนั้นได้กลายมาเป็นพระเคราะห์องค์ที่ 9 แห่งเหล่าเทวดานพเคราะห์ซึ่งก็คือ "พระเกตุ" จากนั้นเมื่อครั้งใดที่พระราหูได้พบเจอพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ พระราหูก็จะจับมากลืนกินด้วยความโกรธแค้น ด้วยเหตุที่เทวดาทั้งสององค์นำเรื่องไปทูลพระนารายณ์  แต่อมไว้ในปากได้ไม่นานก็ต้องคายออกมา เพราะทนความร้อนและรัศมีของเทวดานพเคราะห์ทั้งสองไม่ได้ เกิดเป็นเหตุของปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์

สำหรับตำนานความเชื่อราหูที่นอกจากหลักทางพราหมณ์นี้ ก็เป็นเรื่องของครูโหร ที่พยายามอธิบายความหมายของพระราหู ในลักษณะเป็นตำนานนิทานเพื่อให้ลูกศิษย์ได้เรียนรู้จดจำ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนบุคคลที่จะใช้เป็นอุปเท่ห์ให้จดจำซึ่งในทางโหราศาสตร์กำเนิดของพระราหู มีอยู่ด้วยกัน 2 ตำนานคือ 

1. พระราหูถูกสร้างขึ้นมาโดยพระอิศวร หรือพระศิวะ ที่สร้างมาจากหัวกะโหลก 12 หัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง แล้วประพรมด้วยน้ำอมฤตเสกได้เป็นพระราหู มีสีวรกายสีนิลออกไปทางทองแดง
 ทรงสุบรรณ(ครุฑ) เป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) และแสดงถึงเศษวรรคที่ 1 (ย ร ล ว) 

2. พระราหูเป็นโอรสของท้าววิประจิตติ และนางสิงหิกาหรือนางสิงหะรา เมื่อเกิดมามีกายเป็นยักษ์และมีหางเป็นนาค อันนี้ออกจะมึนสักเล็กน้อย ที่มีกายครึ่งบนกับครึ่งล่างมาแบบแปลกประหลาด ตามตำนานนี้ในทางศาสนาพราหมณ์ไม่สู้จะยอมรับกัน เพราะมันโผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุย และตำนานในทางศาสนาพราหมณ์ฮินดูทั้งหมด จะร้อยเรียงกันเป็นเรื่องยาว สำหรับคติความเชื่อแบบนี้คงมีอยู่ในเหล่านักโหราศาสตร์บางสำนักเท่านั้น


สำหรับตำนานพระราหูภาคไทยๆ โดยมากมาจากนิยายประกอบการจดจำปกรณ์โหร เพื่อให้จดจำง่ายต่อการเรียนรู้ แต่ปกรณ์โหรนั้นมันเป็นเคล็ดเฉพาะตน ที่เอาไว้สอนศิษย์ซึ่งพิสูจน์แล้วก็ไม่แน่ว่าจะใช้ได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่มีความหมายโดยนัยยะสำคัญ จนถึงขนาดนำมาใช้เป็นรูปธรรม เพราะก็เป็นเพียงแค่เอาไว้เป็นเคล็ดจดจำเฉพาะตัวก็พอ

พระราหูเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางลุ่มหลงมัวเมา พระราหูเป็นมิตรกับพระเสาร์ และเป็นศัตรูกับพระพุธ อันมีเหตุตามนิทานชาติเวรดังนี้

ในอดีตชาติ พระราหูได้เกิดมาเป็นน้องร่วมท้องเดียวกันกับเทวดานพเคราะห์อีก 2 องค์ คือ พระอาทิตย์ และพระจันทร์ โดยพระราหูเกิดเป็นน้องสุดท้อง ครั้งหนึ่ง พระราหูได้ร่วมทำบุญถวายพระที่มารับบิณฑบาตร่วมกับพี่ทั้ง 2 คน พระอาทิตย์ตักบาตรในครั้งนั้นด้วยภาชนะทอง พระจันทร์ตักบาตรด้วยภาชนะเงิน ส่วนพระราหูตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากกะลามะพร้าว เมื่อทั้ง 3 พี่น้องได้มาเกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ พระอาทิตย์จึงมีรัศมีและวรรณะเปล่งปลั่งดุจทองคำ พระจันทร์มีรัศมีและวรรณะเป็นสีขาวสว่างดุจเงิน และพระราหูมีรัศมีและวรรณะเป็นสีนิลออกไปทางทองแดง (แต่ในบางตำราก็ว่ากายของพระราหูนั้นมีสีดำบ้าง สีทองบ้าง แตกต่างกันไป)

KRUT1นารายณ์ทรงสุบรรณ


การเคลื่อนไหวทำการอะไรในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโลกของสื่อนั้นผู้กระทำควรมีจิต สำนึกบ้าง เพราะ
เรื่องนารายณ์ทรงสุบรรณ กับราหูทรงครุฑ  มันคนละระดับ และเป็นคนละเรื่องกันเลย เหมือนยกตนเสมอพระมหากษัตริย์เป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง จะด้วยเจตนาใดก็ตามก็ดูไม่ควร การกระทำแบบนี้สร้างความสับสนให้อนุชนรุ่นหลัง  ทึกทักเอาว่าพญาครุฑอันเป็นความหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ ให้ยักษ์พิการเยี่ยงราหูก็ขี่หลังได้ แถมถือธงคล้ายๆ เจ้าพิธีแถมหน้าละม้ายเจ้าพิธีอีก  คิดเป็นอื่นไม่ได้แล้ว ไม่กลัวว่าขี้กลากจะขึ้นกระบาลหรือครับ แล้วเป็นผู้รู้แต่ไม่รู้วาสนาชะตาตัวเองหรือครับ

และไม่ว่าดูในหลักหรือตำนานใด ก็ไม่ได้มีการยกย่องพระราหูเลย ยิ่งหลักแห่งตำนานแห่งองค์เทพทางพราหมณ์ ก็มีการยืนยันชัดเจนว่าพญาครุฑนั้นคือ พระนารายณ์เป็นเจ้าที่ได้แบ่งภาคอวตารพระองค์มา แล้วเจ้าราหูยังขี้ขโมย...ในพิธีน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทวดา จนถูกพระนารายณ์ลงโทษตัดด้วยจักรจนขาดเป็นสองท่อน อย่างนี้แล้วพญาครุฑที่พระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ที่ท่านได้แบ่งภาคอวตารของพระองค์มา จะยอมให้ราหูขี้ขโมยมาขี่คอหรือ? ในเมื่ือพญาครุฑคือภาคที่ท่านแบ่งกำลังให้และพระนารยณ์เจ้าก็เป็นผู้ที่ตัดราหูซะขาดสองท่อน  มีเหตุกันขนาดนี้จะยอมกันยังงัย? แ้ล้วยังไม่รู้ที่ต่ำที่สูงมาขี่คออีก ถ้าเจอกันจริงถึงบอกว่าตีกันตายแน่... เพราะว่าตามลำดับชั้นเทพฯ ทางเทวศาสตร์  นี่คนละเรื่องเลย 
 

อย่างเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ของไทยเราที่มีการถ่ายทอดทีวีไปทั่วโลก เหล่าพราหมณ์ นักบวช และนักศึกษาที่เรียนรู้ศาสตร์เกี่ยวกับองค์เทพฯ หรือวิชาเทวศาสตร์ ที่มีอยู่มากมายนับล้านๆ ทั่วโลกนั้น พวกเขาที่ได้รับชมล้วนต่างรู้จัก และรับรู้ด้วยความเข้าใจ ผ่านรูปลักษณ์ที่ปรากฎนั้น ที่แสดงถึงภูมิปัญญาความรู้ความเข้าใจ  แต่ถ้าราหูขี่ครุฑ... งานนี้มีฮา    
  

ธงทิว 3/06/2554
Kaejiarjan... Truth Difference 

 

ที่มา www.kaejiarjan.com/news/13-featured-news/780-news.html

ผู้แสดงความคิดเห็น j_blueray (jitrapoom-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-01-16 14:53:45


ความเห็นที่ 4 (3321485)
avatar
_lทW_lหม่_
image

เห็นด้วยครับ เพราะเรื่องนี้เคยสอบถามหลวงพ่อที่ท่านบวชตั้งแต่เป็นเณร เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านบอกว่าไม่เคยได้ยินและไม่มีในตำราโหราศาสตร์เหมือนกัน เพราะฉะนั้นพวกเราพี่น้องชาวครุฑทั้งหลาย ถ้าเห็นที่ไหนก็ไม่ต้องไปบูชามาก็จบ ไม่ว่าในยุคนี้ใครจะเขียนหรือพูดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา ผมเองยังคงเชื่อในคำสอนของครูบาอาจารย์ในอดึตว่า องค์พญาครุฑยอมเป็นพาหนะให้องค์พระนารายณ์องค์เดียวในยามที่ท่านเสด็จไปยังสถานที่ต่างๆ แต่เมื่อยามที่ท่านไม่ได้เสด็จไปไหน องค์พญาครุฑจะอยู่สูงกว่าองค์พระนารายณ์ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอในความยิ่งใหญ่ขององค์พญาครุฑได้แล้วว่าเป็นหนึ่งไม่เป็นสอง  เพราะความกตัญญูขององค์พญาครุฑนั่นเองที่องค์เทพทุกๆพระองค์มีแต่ให้พร รบครั้งใดก็ไม่มีวันแพ้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น _lทW_lหม่_ (teenanottm-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-01-16 23:53:46


ความเห็นที่ 5 (3321520)
avatar
j_blueray

 ใช่เลยครับ ผมก็จำได้ว่าครุฑเรายอมแค่องค์เดียวคือพระนารายณ์

เห็นมีอย่างมากก็วัดไตรมิตรเป็น นารายณ์ทรงครุฑประทับราหู

แต่อันนี้ผมว่ามันไม่ใช่ละ เอายักษ์ที่โขมยน้ำอัมฤิทธิ์ มาขี่คอ แถมท่าเหยียบนี่แบบว่า....ผมรับไม่ได้

รู้สึกแย่มากๆเหมือนมั่วๆมา จับแพะชนแกะ แถมราหูมีขาอีกต่างหาก ถ้ามีขาแสดงว่าตอนยังเป็นยักษ์

ราหูเองก็ถือธงด้วยเหมือนใครหว่า...

ผู้แสดงความคิดเห็น j_blueray (jitrapoom-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-01-17 11:19:31


ความเห็นที่ 6 (3321740)
avatar
Admin/Webmaster

ได้ยินครั้งแรก จากดูรายการทีวี นั่งคิดตั้งนาน ว่า ราหูมาทรงครุฑตอนไหน ตามตำนานไม่มีนะครับ

มีแต่พระนารายทรงสุบรรณ , นารายทรงครุฑ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin/Webmaster ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-19 11:53:28


ความเห็นที่ 7 (3323411)
avatar
vut 3434

ไม่รู้คิดได้งั้ย.......

ผู้แสดงความคิดเห็น vut 3434 (garudathailand-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-02-03 22:27:49


ความเห็นที่ 8 (3351031)
avatar
avatar

เหนื่อยจัง เลย คนไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น avatar (avatar_357-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-12-23 16:55:12



[1]


Copyright © 2010 All Rights Reserved.